ชื่อ..................นามสกุล................สาขา...............(พุธเช้า) บทที่ 5
ครั้งที่ 4 จงตอบคำถามที่กำหนดให้อธิบายมาอย่างละเอียดข้อละ 7 บรรทัดขึ้นไป (28 ส.ค.56)
1. คนที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมั่นใจหรือมีชีวิตที่เลิศล้ำสมบูรณ์ควรมีหลักธรรมอะไรเป็นองค์ประกอบ อธิบาย?
2. คุณธรรมของคนกับการเลือกดำเนินชีวิต ควรเป็นเช่นไร มีหลักธรรมอะไรประกอบบ้าง?
3. การมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ นักศึกษามีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเรียน การงานและชีวิต?
วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ครั้งที่ 4 บทที่ 5 จริยศาสตร์
ชื่อ..................นามสกุล................สาขา...............(พุธเช้า) บทที่ 5
ครั้งที่ 4 จงตอบคำถามที่กำหนดให้อธิบายมาอย่างละเอียดข้อละ 7 บรรทัดขึ้นไป (28 ส.ค.56)
1. คนที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมั่นใจหรือมีชีวิตที่เลิศล้ำสมบูรณ์ควรมีหลักธรรมอะไรเป็นองค์ประกอบ อธิบาย?
2. คุณธรรมของคนกับการเลือกดำเนินชีวิต ควรเป็นเช่นไร มีหลักธรรมอะไรประกอบบ้าง?
3. การมุ่งมั่นสู่ความสำเร็จ นักศึกษามีวิธีการดำเนินชีวิตอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเรียน การงานและชีวิต?
วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ผู้ที่หวังความเจริญก้าวหน้าต้องปฏิบัติหลักจริยธรรมดังนี้
วันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2556
เรียนรู้คู่การทำงาน สำคัญอย่างไร
เรียนรู้คู่การทำงาน สำคัญอย่างไร
6 มิ.ย.นี้หาคำตอบได้ในงาน"วันสหกิจศึกษาไทย ครั้งที่ 5 พ.ศ.2556"
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับสมาคมสหกิจศึกษาไทย และ 9 เครือข่ายพัฒนาสหกิจศึกษาผนึกกำลังจัดงาน "วันสหกิจศึกษาไทย"ครั้งที่ 5 ภายใต้แนวคิด "สหกิจศึกษาไทย กลไกลสู่การพัฒนาประชาคมอาเซียนพลัส" เขิญกูรูสหกิจศึกษาโลกปาฐกถาถึงเส้นทางและความสำเร็จของสหกิจศึกษา ชมนิทรรศการความก้าวหน้าของสหกิจศึกษา และร่วมชื่นชมความสำเร็จของสถานศึกษาและผู้ประกอบการกับรางวัลสหกิจศึกษาดีเด่นแห่งปี ณ Event Hall 106 A ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดงานวันสหกิจศึกษาไทยว่า การจัดการศึกษาในรูปแบบสหกิจศึกษาเป็นรูปแบบการศึกษาที่บูรณาการการเรียนเข้ากับการทำงาน ซึ่งแตกต่างจากจัดการศึกษารูปแบบเดิมที่นักศึกษาจบออกไปแล้วไม่สามารถทำงานได้ทันทีเนื่องจากไม่มีความพร้อม ดังนั้นการสร้างความพร้อมให้กับผู้เรียนรูปแบบหนึ่งก็คือการเรียนควบคู่กับการทำงานหรือฝึกงานจริงในสถานประกอบการ โดยมีพี่เลี้ยงซึ่งเป็นคนทำงานในสถานประกอบการเป็นผู้ดูแลและมีอาจารย์นิเทศเป็นผู้ติดตามให้คำปรึกษา เป็นเวลา 16 สัปดาห์หรือ 1 ภาคการศึกษา โดยได้รับหน่วยกิตและค่าตอบแทนในระหว่างฝึกด้วย ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการจัดงานวันสหกิจศึกษาไทยก็เพื่อให้สถานศึกษา ผู้ประกอบการตลอดจนภาคสังคมได้มีความรู้ความเข้าใจ เห็นความสำคัญและประโยชน์ของการจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษา เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาของตัวเองก่อนที่จะจบออกไปทำงาน
รศ.นพ.กำจร กล่าวอีกว่าขณะนี้มีมหาวิทยาลัยที่จัดสหกิจศึกษาไปแล้วประมาณ 50% ของมหาวิทยาลัยทั้งหมดที่มีอยู่ และช่วงหลังเป็นที่น่าสังเกตว่ามีมหาวิทยาลัยของเอกชนเข้ามามากขึ้น แต่ก็มีอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนให้ได้เข้ามาชมงานนี้ จะได้ทราบว่าการจัดการศึกษาในรูปแบบของสหกิจศึกษาเหมาะกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยตัวเองหรือไม่ อย่างไร หรือไม่ส่วนผู้ประกอบการก็จะได้เห็นรูปแบบของการจัดสหกิจศึกษาและประโยชน์ที่ผู้ประกอบการจะได้รับจากการจัดสหกิจศึกษาร่วมกัน ที่เห็นชัดเจนก็คือเด็กที่รับเข้าไปไม่ต้องไปฝึกอีก สามารถทำงานได้ทันที และก็มีโอกาสได้พิจารณาเด็กที่เข้าไปฝึกงานว่าเขามีทักษะในงานและมีทัศคติต่องานหรือองค์กรอย่างไร ถ้ามีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการก็สามารถรับเข้าทำงานหลังเรียนจบได้ทันที โดยไม่ต้องรับสมัครคนใหม่ เป็นการประหยัดเวลา งบประมาณในการฝึก และยังได้เด็กหน้าใหม่ๆที่สามารถทำงานได้เลย
"งานนี้เราจัดมาแล้ว 4 ครั้ง ปีนี้เป็นครั้งที่ 5 ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จมาก อย่างแรกผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจรูปแบบของสหกิจศึกษามากขึ้น แต่ก่อนเข้าใจว่าเด็กฝึกงานคือเด็กที่ยังทำงานไม่เป็น ทำงานไม่ได้ เมื่อรับเข้าไปฝึกงานก็ไม่ได้ใช้ให้ทำงานจริงตามที่เรียนมา ส่วนใหญ่จะให้วิ่งไปซื้อข้าวของ ถ่ายเอกสาร แต่วันนี้ผู้ประกอบการเข้าใจแล้วว่าสหกิจศึกษาคืออะไร ในช่วง 2-3 ปีหลังนี้มีผู้ประกอบการจำนวนมากให้ความร่วมมือและร่วมจัดสหกิจศึกษากับสถานศึกษาต่างๆ นอกจากนี้พบว่าบัณฑิตที่จบหลักสูตรที่มีการจัดการศึกษาแบบสหกิจศึกษาได้งานทำเร็วกว่าบัณฑิตที่ไม่ผ่านการฝึกสหกิจศึกษา และมีบางรายที่ถูกจองตัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ"
รศ.นพ.กำจรกล่าวรองเลขาธิการ สกอ.กล่าวถึงรูปแบบการจัดงานสหกิจศึกษาปีนี้ว่าจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "สหกิจศึกษาไทย : กลไกสู่การพัฒนาประชาคมอาเซียนพลัส" ซึ่งนอกจากการฝึกงานในสถานประกอบการในประเทศแล้ว ยังร่วมกับสถานประกอบการในต่างประเทศจัดสหกิจศึกษาในต่างประเทศด้วย ขณะนี้ได้มีความร่วมมือในรูปแบบที่เรียกว่าสหกิจศึกษาสากลกับประเทศในประชาคมอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และไทย และต่อไปจะมีลาว เขมร เวียดนาม บรูไนกำลังเข้ามา รวมถึงญี่ปุ่น จีน และประเทศในยุโรปด้วย คาดว่าก่อนประชาคมอาเซียนจะเปิดจะมีการจัดการสหกิจศึกษาร่วมกันครบทุกประเทศในอาเซียน ซึ่งจะช่วยให้บัณฑิตของเราสามารถจะไปทำงานที่ใดก็ได้ในอาเซียนหรือในโลกนี้ ซึ่งในงานจะมีนิทรรศการเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ส่วนบนเวทีก็จะมีการแสดงปาฐกถาเกี่ยวกับความสำเร็จของสหกิจศึกษา โดย Ms.Keiko Saito President of International Language & Culture Center Co., Ltd., ประเทศญี่ปุ่น & Executive Committee of WACE เสวนาในหัวข้อ "สหกิจศึกษานานาชาติ : รู้ชัด ปฏิบัติได้, เสวนาการนำผลการประเมินสหกิจศึกษาไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน, การแลกเปลี่ยนนักศึกษาสหกิจศึกษานานาชาติ โดยนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในวงการสหกิจศึกษา นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการและนวัตกรรมสหกิจศึกษาทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ โครงการงานสหกิจศึกษาของนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับรางวัลสหกิจศึกษาดีเด่น และพิธีมอบรางวัลสหกิจศึกษาดีเด่นระดับชาติทั้งในส่วนของสถานศึกษา นักศึกษาและสถานประกอบการ
"ผมขอถือโอกาสนี้เชิญชวนสถานศึกษา คณาจารย์ นักศึกษา รวมไปถึงนักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครองได้มาร่วมงานนี้ แล้วท่านจะได้เข้าใจว่าทำไมลูกหลานของท่านจะต้องไปฝึกสหกิจศึกษา ฝึกแล้วดีต่ออนาคตของเขาอย่างไร ส่วนนักเรียนที่เข้ามาชมจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเรียนอะไร เพราะในหลักสูตรเดียวกัน มหาวิทยาลัยนี้มีสหกิจศึกษา แต่อีกมหาวิทยาลัยไม่มี จะตัดสินใจได้ว่าจะเลือกเรียนที่ไหน สำหรับผู้ลงทะเบียนร่วมงานในปีนี้ ขอเชิญพบกันวันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน 2556 เวลา 07.30 - 17.15 น.ณ Event Hall 106 A ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ส่วนท่านที่ไม่ได้ลงทะเบียนก็สามารถเข้าชมนิทรรศการต่างๆได้ตลอดทั้งวัน รองเลขาธิการ สกอ.กล่าวทิ้งท้าย
วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2556
บันทึกอาเซียน กับ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล
บันทึกอาเซียน กับ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล
วันพุธที่ 24 เมษายน 2556 เวลา 00:03 น.
ตอน ASEAN 2013 “Our People, Our Future”
บันทึกอาเซียน | ASEAN Diary : ASEAN 2013 “Our People, Our Future”
ระหว่างวันที่ 24-25 เมษายน 2013 ประเทศบรูไนดารุสซาลาม ในฐานะประธานอาเซียนประจำปี จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 22 นับเป็นครั้งที่สี่ที่บรูไนรับหน้าที่ประธานอาเซียน
สำหรับปีที่บรูไนเป็นประธานอาเซียนปีนี้ได้กำหนดแนวคิดหลักประจำปีว่า “Our People, Our Future Together”หรือ “ประชาชนของเรา, และอนาคตของเราร่วมกัน” หมายความว่าประชาชนพลเมืองของทั้งสิบรัฐสมาชิกอาเซียนนั้นถือได้ว่าร่วมอนาคตการเป็นประชาคมอาเซียนด้วยกัน ทั้งในประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน, ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน, และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน เป็นการยืนยันว่าอนาคตของภูมิภาคอาเซียนจะขึ้นอยู่กับการที่ประชาชนพลเมืองอาเซียนจะเคลื่อนที่เดินไปข้างหน้าอย่างไร ในการร่วมมือกันทำงานเพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนทั้งหมดต่อไป
สำหรับภาพสัญลักษณ์ปีอาเซียน 2013 : บรูไนกำหนดไว้เป็นรูปลายดอกไม้ “บังกา เบอร์ปูตา” (Bunga Berputar) ลายดอกไม้นี้จะพบเห็นทั่วไปในผ้าพิมพ์ลายดอกที่นิยมกันในบรูไน มีความหมายว่าอาเซียนก้าวหน้าอย่างมีพลังไม่หยุดยั้งในการตอบสนองความต้องการของสังคมในเรื่องการเมืองและความมั่นคง เรื่องเศรษฐกิจ และเรื่องสังคมและวัฒนธรรม
ภาพคนสิบคนจับมือเชื่อมโยงกันแสดงถึงความสามัคคีของชาวอาเซียนในสิบประเทศ ในการมุ่งมั่นสร้างประชาคมทั้งสาม คือประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน, ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน, และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน
สีแดง, ดำ, เหลือง, ขาว, และน้ำเงิน เป็นสีที่อยู่ในธงอาเซียน
สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความยืนยงสถาพรทางการเมือง
สีแดง คือ ความกล้าหาญและพลวัตรในการธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง
สีขาว สะท้อนความบริสุทธิ์
สีเหลือง แสดงถึงความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ
ตราสัญลักษณ์อาเซียนตรงกลางหมายถึงการยืนหยัดมั่งคงถาวร, สันติภาพ, สามัคคีภาพ, และพลวัตรของอาเซียน
เรื่องที่ผู้นำอาเซียนจะคุยกัน หรือลงนาม หรือประกาศปฏิญญา หรือลงนามในความตกลงร่วมกัน โดยปรกติแล้วก็จะมีการสำรวจความคืบหน้าในความร่วมมือระดับภูมิภาคอาเซียนทั้งสามเรื่องที่เป็นส่วนของทั้งสามประชาคม เพียงแต่ว่าเรื่องประชาคมเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องเดียวที่วัดผลการทำงานร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรมได้ เพราะอาเซียนมีแผนงานและตารางการทำงานให้ตรงเป้าตามที่เรียกว่า “AEC Scorecard” ดังนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจึงสามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ว่าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเดินหน้าไปตามเป้าหมายที่ว้างไว้ได้แล้ว 77.5% เมื่อถึงปลายปี 2015 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็ควรจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างแน่นอน นั่นหมายถึง 100%
เรื่องที่มีปัญหาการประเมินอย่างเป็นรูปธรรมก็คือ เรื่องการเมืองและความมั่นคง กับ เรื่องสังคมและวัฒนธรรม ทั้งสองเรื่องสองประชาคมนี้ไม่มีคู่มือประเมินที่จะให้คะแนนแบบ scorecard ได้ ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของอาเซียนเคยหารือกันและแสดงความปรารถนาที่จะหาระบบประเมินความก้าวหน้าในเรื่องการเมือง-ความมั่นคง-สังคม-วัฒนธรรม ในอาเซียนให้ได้ แต่ก็ยังไม่มี การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนครั้งที่ 7 ก็ยังไม่ถึงกำหนดประชุม ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 6-7 พฤษภาคม ที่บันดาเสรีเบกาวัน หลังจบการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 22 แล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่อาวุโสกลาโหมอาเซียนก็จัดประชุมเตรียมการกันไปก่อนแล้วเมื่อวันที่ 1 เมษายน ซึ่งพบว่ามีการกล่าวถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงในรูปแบบใหม่ที่มิใช่ด้านการเมืองหรือการทหาร เช่น ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และสิ่งแวดล้อม การจัดการภัยพิบัติ ปัญหาการก่อการร้ายข้ามชาติ ฯลฯ มีการหารือกันเรื่องการตั้งเครือข่ายศูนย์รักษาสันติภาพในอาเซียน (ASEAN Peace Keeping Centres Network) ตลอดจนการจัดการกระบวนการประสานงานเชื่อมความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมกลาโหม
ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนไม่ใช่เรื่องของกระทรวงกลาโหมเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องของกระทรวงและหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องอีกมากหลากหลาย ตลอดจนภาคเอกชนด้วย เพราะเรื่องความมั่นคงในโลกปัจจุบันนั้นกินความกว้างไปถึงเรื่องเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมด้วย ในเมื่อเรื่องนี้ยากที่จะวัดผลให้คะแนนเป็นรูปธรรมได้ การทำงานด้านการเมืองและความมั่นคงของอาเซียนจึงเป็นงานที่ยากที่จะมองเห็นความคืบหน้าชัดเจน นอกจากจะดูที่เอกสารที่ถือเป็นสนธิสัญญา ความตกลงระหว่างประเทศต่าง ๆ
ดูจากสถานการณ์โดยรวมในอาเซียนปีนี้คาดได้ว่าวาระการประชุมเรื่องเศรษฐกิจจะไม่มีประเด็นปัญหาอะไรที่เป็นเรื่องวิกฤติ แต่วาระการประชุมด้านการเมืองจะมีมารอการพิจารณาของผู้นำอาเซียนมากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีพิพาทเขตอธิปไตยในทะเล และปัญหาขัดแย้งระหว่างรัฐสมาชิกเรื่องเขตแดนบนบก โดยเฉพาะระหว่างมาเลเซียกับฟิลิปปินส์ และระหว่างไทยกับกัมพูชา ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องปัญหาระหว่างประเทศเหล่านี้จะถูกบรรจุในวาระการประชุมหรือไม่เท่านั้นเอง หากเป็นเรื่องพรมแดนอันเป็นข้อพิพาทระหว่างประเทศก็อาจถูกเก็บไว้ให้เป็นเรื่องตัวต่อตัว หรือ “ทวิภาคี” ซึ่งจะดีกว่าที่จะบรรจุให้เป็นเรื่องของอาเซียนโดยตรง จะคงเหลือไว้ที่กลายเป็นเรื่องพหุภาคีในอาเซียนไปแล้วคือเรื่องพิพาทอธิปไตยเหนือหมู่เกาะในทะเลจีนใต้
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 22 ที่บรูไนเป็นเจ้าภาพปลายเดือนเมษายนนี้ คาดได้แน่ว่าจะมีวาระเรื่องการเมืองและความมั่นคงอาเซียนเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าเรื่องเศรษฐกิจ
ส่วนเรื่องสังคมและวัฒนธรรมอาเซียนนั้นก็คงจะค่อยเป็นค่อยไป ในระยะยาว อาจจะนานหลายสิบปีกว่าชาวอาเซียนจะสร้างอัตลักษณ์ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันได้
ดูไทยกับกัมพูชาเป็ยแบบอย่างที่ไม่ควรเอาอย่างก็ได้ ทั้งสองสังคมเป็นชาวพุทธด้วยกัน แต่แย่งวัดฮินดูโบราณกันอย่างไม่เห็นแก่พระวิษณุหรือพระพรหม เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ไปพึ่งผู้พิพากษาชาวคริสต์ในยุโรป โดยไม่รู้ว่าฝรั่งชาวคริสต์จะตัดสินให้อย่างไร หากชาวคริสต์ยึดแนวพุทธ คำพิพากษาก็จะเดินสายกลาง แล้วก็จะสร้างความไม่พอใจให้กับคู่กรณีชาวพุทธทั้งสองซึ่งละทิ้งทางสายกลางไปนานแล้ว
การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไป เป็นครั้งที่ 23 บรูไนจะเป็นเจ้าภาพจัดในวันที่ 9-10 ตุลาคม จากนั้นต่อไปในปี 2014 สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า จะทำหน้าที่ประธานอาเซียนเป็นครั้งแรก
สมเกียรติ อ่อนวิมล
อ้างอิง:
http://www.asean2013.gov.bn/index.php/about/about-theme-logo
http://rtbnews.rtb.gov.bn/index.php?option=com_content&view=article&id=9797:aec-blueprint-implementation&catid=72:chairman-asean-2013&Itemid=107
http://rtbnews.rtb.gov.bn/index.php?option=com_content&view=article&id=9612:asean-defence-senior-officials-meeting&catid=72:chairman-asean-2013&Itemid=107
งานรับผิดชอบ ครั้งที่ 2-3
ชื่อ..................นามสกุล................สาขา...............(พุธ-ศุกร์)บทที่4
ครั้งที่ 2 จงตอบคำถามที่กำหนดให้อธิบายมาอย่างละเอียดข้อละ 7 บรรทัดขึ้นไป (14 ส.ค.56)
1. จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่นักศึกษาที่พึงประสงค์คืออะไร มีอะไรบ้าง จงอธิบาย?
2. จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของพ่อแม่มีความสำคัญอย่างไร มีอะไรบ้าง จงอธิบาย?
3. จริยธรรมควรเป็นหน้าที่ของใคร ทำอย่างไรจึงจะบังเกิดผลจงอธิบาย?
ชื่อ..................นามสกุล................สาขา...............(พุธเช้า)บทที่ 5
ครั้งที่ 3 จงตอบคำถามที่กำหนดให้อธิบายมาอย่างละเอียดข้อละ 10 บรรทัดขึ้นไป (21 ส.ค.56)
1. ลูกที่ดีควรมีลักษณะอย่างไรในเชิงจริยศาสตร์ มีอะไรบ้าง?
2. การเชื่อฟังพ่อ แม่ ผู้มีประสบการณ์จะทให้ชีวิตดีขึ้นหรือแย่ลง?
3.คุณธรรมของคนกับคุณค่าของความเป็นค คืออะไร มีความแตกต่างกันอย่างไร จงอธิบาย?
วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556
ครั้งที่ 1 งานที่ได้รับมอบหมาย
ชื่อ..................นามสกุล................สาขา...............( บทที่ 4)
ครั้งที่ 1 จงตอบคำถามที่กำหนดให้อธิบายมาอย่างละเอียดข้อละ 7 บรรทัดขึ้นไป (7-9ส.ค.56)
1. คำว่า ธรรม กับ อธรรม ให้ผลต่างกันอย่างไร จงอธิบาย?
2. ข่าวข่มขืน ปาระเบิด ปล้นจี้ นักศึกษาคิดว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร
จงอธิบายพร้อมบอกวิธีแก้ปัญหามาด้วย?
3. จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของพ่อแม่ มีความสำคัญอย่างไร
มีอะไรบ้าง จงอธิบาย?
วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2556
A Comparison of the Effectiveness of the Study of Ethics Between Normal Study in the Classroom and the System of Online Study Through Siam Technology College’s CAI
A Comparison of the Effectiveness of the
Study of Ethics Between Normal Study
in the Classroom and the System of
Online Study Through Siam
Technology College’s CAI
Kitsadayut Sangthong
Faculty
of Basic Education,
Siam Technology College, Thailand
Siam Technology College, Thailand
kitsadayut@gmail.Com
Abstract
- This
research was a comparative study of the Ethics proficiency between the formal
study in the classroom and the study via Siam Technology College’s CAI online.
The objectives of this research were as follows: 1) to compare the Ethics
proficiency of the pre-test period and the post-test period
between groups of students who studied in the
formal classroom and the students who studied via CAI online; 2) to compare the
difference of the Ethics proficiency of the post-test period between groups of
the students who studied in the formal study in the classroom and the students
who studied via CAI; 3) to know the validity of the Ethics proficiency of the
students who studied in the formal study in the classroom and the students who
studied via CAI online ; and 4) to study the students’ satisfaction towards the
Ethics study via CIA online.
The subjects were undergraduate students of the four years normal
course and the four years transfer credits course of Siam Technology College,
Bangkok, Thailand, belonging to all faculties, fields and courses, who were
registered to study the Ethics in the first semester of the academic year 2012.
They were divided into two groups of students of the Faculty of Business, the
Faculty of Fine Arts, the Faculty of Accounting and the Faculty of Technology.
The subjects were also two groups of students; the fist group were 75 first
year students of three branches of technology course and two branches of the
fine arts. They were assigned to study in the formal classroom, with the use of
power point and textbook and the teacher’s lectures. The second group were 75
first year students of two branches of the Faculty of Business and the Faculty
of Accounting. They were assigned to study via CAI online, by using computers
to learn lessons online. The instruments used in collecting data were 1) the
Ethics proficiency tests of the pre-test and the post-test each having 20
questions; and 2) questionnaire on students’ satisfaction towards the Ethics
proficiency via CAI online. The used statistics were descriptive statistics,
frequency, percentage, mean, standard deviation and inferential statistics
including T-test.
The results of research were found as follows:
1.The Ethics efficiency entitled “The Morality and Roles and
Duties of Students” of the first group of students who studied in the formal
classroom and the second group of students who studied via CAI online, had
statistic difference between the pre-test period and the post-test period at
the level of average .05; and two groups of students had a higher level of
average in the post-test than in the pre-test period.
2. The results of the
comparison of difference of the Ethics efficiency entitled “The Morality and
Role and Duties of the Students” between the students who studied in the formal
classroom and the students who studied via CAI online, were found that the
second group of students who studied via CAI online had a higher level of average than the
first group of students who studied in the formal classroom.
3. The validity of the
Ethics proficiency entitled “The Morality and Roles and Duties of Students” who
studied in the formal classroom had the level of average 0.41; which meant that
the students in this group made a progress in the study in 14 percent increase.
The validity of the Ethics proficiency entitled “The Morality and Roles and
Duties of Students” of the students who studied via CAI online had the level of
average 0.53; which meant that the students in this group made a progress in
the study in 53 percent increase.
4.The students who studied Ethics via CAI online had satisfaction
towards the study in the whole view of the highest level.
Keywords: Effectiveness of the Study, CAI
(Computer Assisted Instruction), Ethics
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)