วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จุดประกายปัญญา


จุดประกายปัญญา
ครู        คือ   ผู้สร้าง   คุ้มครอง   อุ้มชู  ช่วยให้รอด
                                                                ครูประจำบ้าน         คือ   พ่อแม่   ผู้สร้าง
                                                               ครูประจำโรงเรียน   คือ   ครูบาอาจารย์       ผู้คุ้มครอง
                                                              ครูประจำโลก          คือ   พระพุทธเจ้า        ผู้อุ้มชู
                                                              ครูประจำชีวิต          คือ   ตัวเอง
                                                             นักศึกษา ๆ จึงต้องเรียนรู้ว่า  อะไรถูก  อะไรผิด  อะไรดี  อะไรชั่ว
                                                             โดยมีครูเป็นผู้อบรมสั่งสอน ช่วยชีวิตให้รอด

บทที่ ๖ ความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคม


๑. สิทธิและหน้าที่
  สิทธิ คือ อำนาจหรือประโยชน์บางอย่างที่บุคคลพึงได้รับตามที่กฎหมายรับรอง หรือคุ้มครองไว้ เช่น สิทธิในร่างกาย ในการศึกษาอบรม ในทรัพย์สิน เป็นต้น
  หน้าที่ คือภารกิจ ที่บุคคลผู้เป็นพลเมืองดีของรัฐต้องปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความก้าวหน้า และเพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ ดังคำที่ว่า คนที่ดีที่สุดคือคนที่ทำหน้าที่ของตนได้ดีที่สุด

บทที่ ๕ การมีคุณธรรมต่าง ๆ ตามหลักจริยศาสตร์


ตอน  คนครองเรือนที่เลิศล้ำ หรือชีวิตบ้านที่สมบูรณ์
   (ก). มีความสุข ๔ ประการ คือ
  ๑. อัตถิสุข คือสุขที่เกิดจากการมีทรัพย์
  ๒. โภคสุข คือสุขที่เกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์
  ๓. อนณสุข คือสุขอันเกิดจากการไม่มีหนี้สิน
  ๔. อนวัชชสุข คือสุขอันเกิดจากการงานไม่มีโทษ  เป็นสุขที่มีค่ามากที่สุด

บทที่ ๕ การมีคุณธรรมต่าง ๆ ตามหลักจริยศาสตร์


๑. คุณธรรม  ความรู้  และนิสัย
    ต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันดังนี้
    ๑. คุณธรรม  คือ  สิ่งที่บุคคลควรประพฤติ เพื่อให้เกิดประโยชน์ หรือ เป็นไปตามหลักแห่งธรรมชาติ
   
ประการที่ ๓ อย่างต่ำให้มีศีล   เพราะศีลส่งทำให้สูง  ศีลปรุงทำให้สวย  ศีลนำทำให้รวย  ศีลช่วยทำให้เจริญ หรืออีกบทที่ว่า  อันสตรีไม่มีศีลศีลก็สิ้นสวย  บุรุษด้วยไม่มีศีลก็สิ้นศรี  อันภิกษุไม่มีศีลก็สิ้นดี   ข้าราชการศีลไม่มีก็น่าอาย
 
ตอน คนมีคุณแก่ส่วนรวม หรือเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ควรมีธรรมประจำใจของผู้ประเสริฐ หรือผู้มีจิตใจยิ่งใหญ่กว้างขวางดุจพระพรหม คือ พรหมวิหาร ๔ ได้แก่
  ๑. เมตตา  ความรัก คือ ความปรารถนาดี มีไมตรีจิต
  ๒. กรุณา  ความสงสาร คือ อยากช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์
  ๓. มุทิตา  ความเบิกบานพลอยยินดี เมื่อเห็นผู้อื่นอยู่ดีมีสุข
  ๔. อุเบกขา  ความมีใจเป็นกลาง  คือ มองตามเป็นจริง โดยวางจิตเรียบสม่ำเสมอ

๒. ความรู้ คือ สิ่งที่บุคคลควรหา เพื่ออำนวยให้ชีวิตเป็นอยู่โดยความปลอดภัยโดยอัตตภาพ
    ๓. นิสัย คือ พฤติกรรมอย่างหนึ่งที่บุคคลสั่งสมให้เกิดขึ้นภายในตน ด้วยการปฏิบัติซ้ำ ๆ
  ส่วนอุปนิสัย คือ สิ่งที่ปรุงแต่งจิตที่ก่อตัวขึ้นเป็นเวลานาน อยู่ในส่วนลึกของจิต หรือนอนเนื่องอยู่ในสันดาน
๒. คุณธรรมของคนกับคุณค่าของความเป็นคน
 
ตอน คนผู้เป็นสัตว์ประเสริฐ หรือ สมาชิกในสังกัดแห่งมนุษยชาติ ควรประกอบด้วยจริยธรรม คือ
  ๑. กัลยาณมิตตา คือ ให้รู้จักเลือกคบเพื่อน และแสวงหาแหล่งปัญญา และเป็นแบบอย่างที่ดี
  ๒. สีลสัมปทา คือ ให้มีศีล มีวินัยเป็นหลักฐานของการพัฒนาชีวิต
  ๓. ฉันทสัมปทา คือ ให้มีจิตที่ใฝ่รู้ใฝ่สร้างสรรค์

๔. อัตตสัมปทา คือ ให้มุ่งมั่นฝึกฝนตนจนสุดถาวะศักยภาพที่ความเป็นคนจะให้ถึงได้
  ๕. ทิฏฐิสัมปทา คือ ให้ถือหลักเหตุปัจจัย มองอะไรตามเหตุและผลที่มี
  ๖. อัปปมาทสัมปทา คือ ให้ตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท
  ๗. โยนิโสมนสิการสัมปทา คือ ให้ฉลาดคิดแบบแยบคายให้ได้ประโยชน์และความจริง

ท่องขุมนรก

                                          ท่องขุมนรก
ภาพที่ 1 พระยายมและนายนิริยะบาล กำลังไต่สวนผู้ที่ตายไปแล้วใหม่ๆ โดยเป็นบัญชีเล่มใหญ่ตรวจตราดูโดยละเอียดว่า ใครเมื่อครั้งเป็นมนุษย์นั้นเคยทำบุญทำทานอะไรไว้บ้าง เช่น ผู้ชายท่านก็จะเน้นว่า เคยบวชเรียนเขียนอ่านพระธรรมวินัยไตรสิขาไหม เคยอยู่ในระเบียบวินัยแค่ไหนเพียงไร ถ้าเป็นฆราวาส ท่านก็จะเน้นถามเกี่ยวกับการรักษาศีลห้า เป็นหลักสำคัญ โดยมีเลขา ฯ เปิดบัญชีอ่านอย่างละเอียด พระยายมผู้เสมือนหนึ่งผู้พิพากษานั่งบัลลังก์ คอยตัดสินพิจารณาชี้ขาดอย่างยุติธรรม ถ้าเห็นว่า บุคคลใดทำคุณงามความดี ทำบุญกุศลไว้มากเป็นพระก็เป็นพระที่ดี เป็นเณรก็เป็นเณรที่ดี เป็นประชาชนพลเมืองก็เป็นพลเมืองที่ดีของชาติ เป็นผู้มีศีลธรรมกัลยาณธรรมประจำใจว่า ผู้นั้นตอบตามความเป็นจริงหรือไม่ เพราะทางยมโลกมีบัญชีเป็นหลักฐาน ใครจะโกหกไม่ได้ มีโทษ ๒ เท่าทีเดียว

ภาพที่ 2 ผู้ที่ขาดเมตตาธรรม มีจิตใจโหดเหี้ยมทารุณ ได้แก่ทำลายล้างผลาญ บีดบี้บีฑากันประหัตประหารเหมือนผักเหมือนปลา โดยถือว่า ตัวเองมีอำนาจ มีอิทธิพล มีพลกำลังจึงประหารหรือเบียดเบียนรังแกผู้ที่มีกำลังน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสัตว์ที่มีคุณมาก เช่น ช้าง ม้า โค กระบือ ถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่มีพระคุณต่อชาวโลกมาก ยิ่งถ้าทำด้วยจิตใจอาฆาตพยาบาทจองเวรแล้วยิ่งมีเวรมีกรรมติดต่อ เสมือนหนึ่งเงาติดตัวไปฉะนั้น


ภาพที่ 3 ผู้ประพฤติผิดศีลข้อ ๒ อทินนาทาน เช่น ลักขโมยของพระสงฆ์ ฉ้อโกง ตลอดทั้งฉ้อราษฎร์บังหลวง และทำลายทรัพย์สินขอผู้มีพระคุณ เป็นต้น พูดง่าย ๆ ก็คือมีเจตนาลักหรือถือเอาสิ่งของผู้อื่นโดยอาการขโมย โดยที่เจ้าของไม่ได้อนุญาต คือว่า ล่วงเกินสิทธิของผู้อื่น เช่น โกงเลือกสวนไร่นา โกงแผ่นดิน โกงชาติ โกงศาสนา เป็นต้น


ภาพที่ 4 บุรพกรรมของหมู่สัตว์นรก ผู้กระทำผิดศีลข้อ ๓ คือ ข้อ กาเมสุมิจฉาจาร คือประพฤติผิดลูกผิดเมียและผิดสามีของผู้อื่น อย่างนี้เรียกว่า ล่วงประเวณี อันเป็นที่รักที่หวงแหนของผู้ที่เป็นเจ้าของ โดยที่สุดกระทั่งผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมาย เรียกว่า พรากผู้เยาว์ หรือผิดจารีตประเพณีแบบแผนโบราณ ผิดทำนองคลองธรรม เหล่านี้พระยายมต้องส่งลงนรก หรือปีนต้นงิ้วโดยไม่ต้องสงสัย ฯลฯ สรุปคือเป็นผู้มีราคตัณหามาครอบงำอย่างหนาแน่น

<>

หน่วยที่ 4 การแทรกและนำจริยธรรมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต


ทฤษฎีว่าด้วยมาตรฐานตามหลักจริยธรรม
     ศาสนามี  2  ประเภท คือ
     ๑. อเทวนิยม คือ กลุ่มศาสนาที่ไม่มีพระเจ้า ไม่มีการอ้อนวอนขอพระเจ้า  ได้แก่  ศาสนาพุทธ และศาสนาซิกข์
     ๒. เทวนิยม คือ กลุ่มศาสนาที่มีพระเจ้า มีการอ้อนวอนขอพรจากพระเจ้ามาปกป้องคุ้มครอง ได้แก่ ศาสนาพราหมณ์ อิสลาม คริสต์
ประเด็นความถูกกับความดี