วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2559

รายละเอียดของรายวิชา(มคอ.๓) ปีการศึกษาที่ ๑/๒๕๕๙

  รายละเอียดของรายวิชา(มคอ.๓)
ชื่อสถาบันอุดมศึกษา         วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
วิทยาเขต/คณะ/ภาควิชา   ทุกคณะ/สาขาวิชาและหลักสูตร ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม  บางกอกใหญ่ 
                                          กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐
หมวดที่ ๑  ข้อมูลทั่วไป
๑.  รหัสและชื่อรายวิชา       ๙๐๑-๑๐๕  วิชา  จริยศาสตร์
๒.  จำนวนหน่วยกิต           ๓ หน่วยกิต  (๓-๐-๓)

๓.  หลักสูตรและประเภทของรายวิชา   หลักสูตรระดับปริญญาตรีทุกสาขาวิชา

4.  อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชา            ตอนเรียนที่  ๑.  อาจารย์ ดร.นิเวศน์   วงศ์สุวรรณ
                                                                           ๒.  อาจารย์กิจสดายุทต์   สังข์ทอง 
 ๕.  ภาคการศึกษา/ชั้นปีที่เรียน              ภาคการศึกษาต้น/ปลาย ปีที่ ๑ และ ๒
๖.  รายวิชาที่ต้องเรียนมาก่อน (ถ้ามี)   ไม่มี
๗.  วิชาที่ต้องเรียนพร้อมกัน (Co-requisites) (ถ้ามี)   ไม่มี
๘.  สถานที่เรียน        วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม  ห้อง  9801,9602
๙.  วันที่จัดทำรายละเอียดของรายวิชา หรือวันที่มีการปรับปรุงครั้งล่าสุด
     ๒   มิถุนายน  ๒๕๕๕ และ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๘
หมวดที่  ๒  จุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์
๑.  จุดมุ่งหมายของรายวิชา
                ๑.๑  เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นมาของทฤษฎีจริยศาสตร์
                ๑.๒ เพื่อให้ผู้เรียนได้มีทักษะความชำนาญทางความคิดและหลักเกณฑ์ในการพินิจพิเคราะห์
                ๑.๓  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้และแก้ปัญหาต่าง ๆ ในระดับบุคคล ชุมชน กลุ่มชน และสังคม
                ๑.๔  เพื่อให้ผู้เรียนสามารถแทรกหลักจริยธรรมในหน้าที่และวิชาชีพต่าง ๆ ที่ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง
                ๑.๕ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีคุณธรรมและธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบต่อตนเอง สังคม อย่างต่อเนื่อง
        ยิ่ง ๆ ขึ้นไปในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
๒.  วัตถุประสงค์ในการพัฒนา/ปรับปรุงรายวิชา
๒.๑  เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานจริยศาสตร์ทั่วไป
              ๒.๒  เพื่อให้นักศึกษามีความรู้เกี่ยวกับจริยศาสตร์กับการประกอบอาชีพต่าง ๆ  
๒.๓  เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ความจำเป็น ความสำคัญ ของจริยศาสตร์ใน
          ชีวิตประจำวัน   
๒.๔  เพื่อให้นักศึกษาสามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างความเข้าใจในเนื้อหาจริยศาสตร์
          ความซาบซึ้งในจริยศาสตร์ทั้งสารัตถะและสุนทรียภาพตามหลักนิรุตติศาสตร์
              
หมวดที่ ๓  ส่วนประกอบของรายวิชา
 ๑.  คำอธิบายรายวิชา
          ศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีทางจริยศาสตร์ที่สำคัญ แนวความคิดหลักเกณฑ์ การนำหลักวิชามาใช้ในการพินิจพิเคราะห์ และการแก้ปัญหาทางจริยธรรมในระดับบุคคล ชุมชน กลุ่มชน สังคม และจริยธรรมวิชาชีพต่าง ๆ ที่ถือปฏิบัติ การมีคุณธรรมและธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมโดยส่วนรวมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม

๒.  จำนวนชั่วโมงที่ใช้ต่อภาคการศึกษา
บรรยาย
สอนเสริม
การฝึกปฏิบัติ/งานภาคสนาม/การฝึกงาน
การศึกษาด้วยตนเอง
๓ ชั่วโมง/สัปดาห์
-
-
๖ ชั่วโมง/สัปดาห์

๓.  จำนวนชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่อาจารย์ให้คำปรึกษาและแนะนำทางวิชาการแก่นิสิตเป็นรายบุคคล
     ๓  ชั่วโมง/สัปดาห์

หมวดที่ ๔  การพัฒนาผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 
๑.  คุณธรรม จริยธรรม
๑.๑  คุณธรรม จริยธรรมที่ต้องพัฒนา
                      ปลูกฝังความมีวินัย ใฝ่รู้ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและความมีน้ำใจ 
            ๑.๒  วิธีการสอน
  ๑.๒.๑   การอธิบาย/บรรยาย
  ๑.๒.๒  การอภิปราย                                
           ๑.๒.๓   การศึกษาค้นคว้ารายบุคคลหรือกลุ่ม
            ๑.๒.๔   การนำเสนอหน้าชั้นเรียน
            ๑.๒.๕  การใช้สื่อประกอบการสอน
            ๑.๓  วิธีการประเมิน
                ประเมินจากพฤติกรรมในชั้นเรียน และนอกชั้นเรียน

๒.  ความรู้
               ๒.๑  ความรู้ที่จะได้รับ
                     ความรู้และทักษะเกี่ยวกับทฤษฎีทางจริยศาสตร์ที่สำคัญ แนวความคิดหลักเกณฑ์ การนำหลักวิชามาใช้ในการพินิจพิเคราะห์ และการแก้ปัญหาทางจริยธรรมในระดับบุคคล ชุมชน กลุ่มชน สังคม และจริยธรรมวิชาชีพต่าง ๆ ที่ถือปฏิบัติ การมีคุณธรรมและธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมโดยส่วนรวมในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
            ๒.๒  วิธีการสอน
                       การบรรยาย  การอภิปราย   การทำรายงานกลุ่มและรายงานเดี่ยว  การนำเสนอรายงานในชั้นเรียน การค้นคว้าด้วยตนเอง รวมทั้งกรณีศึกษาและ/หรือเชิญวิทยากรมาบรรยาย
                ๒.๓  วิธีการประเมิน
                      ประเมินผลจากการเข้าชั้นเรียน การอภิปราย การทำรายงาน การค้นคว้า การสอบกลางภาคและปลายภาค   

๓.  ทักษะทางปัญญา
            ๓.๑  ทักษะทางปัญญาที่ต้องพัฒนา
                  คิดสะท้อน (Reflective thinking) คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และบรูณาการองค์ความรู้จากการวิพากษ์ ความบกพร่องทางจริยธรรม  ทฤษฎี และประเด็นปัญหาด้านจริยธรรมต่าง ๆ
            ๓.๒  วิธีการสอน
                   ใช้กระบวนการกลุ่มแบบ QBL ในการอธิบาย อภิปราย สะท้อนความคิด การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การทำแฟ้มวิเคราะห์จากใบงานต่าง ๆ  ตลอดภาคการศึกษา
            ๓.๓  วิธีการประเมิน   
                ประเมินจากการเรียนการสอน การแสดงความคิดเห็นและการอภิปราย  รายงานรายบุคคล  รายงานกลุ่ม การนำเสนอหน้าชั้นเรียนและจัดส่งผลการวิเคราะห์ใบงานทุกสัปดาห์

๔.  ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
                ๔.๑  ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบที่ต้องพัฒนา
                  มีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เรียน มีความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น มีความรับผิดชอบ ความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์
                ๔.๒  วิธีการสอน
                   ทำกิจกรรมกลุ่มในลักษณะต่างๆ อภิปราย/บรรยาย สาธิต และการปฏิบัติ เช่น การแสดงความเคารพ อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนน่ารัก ทั้งในชั้นเรียนและนอกชั้นเรียน
๔.๓  วิธีการประเมิน
                   ประเมินจากความรับผิดชอบในการปฏิบัติกิจกรรมในชั้นเรียน และประเมินจากผลการทำกิจกรรมกลุ่มและการทำรายงาน

๕.  ทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสารการใช้เทคโนโลยีและภาษาสารสนเทศ
๕.๑  ทักษะการวิเคราะห์ การสื่อสารการใช้เทคโนโลยีและภาษาสารสนเทศที่ต้องพัฒนา
                  ใช้ภาษาพูด  ภาษาเขียน ในการสื่อสาร ใช้คอมพิวเตอร์/อินเตอร์เน็ตในการสืบค้นข้อมูลและจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบและถ่ายทอดภาษาและสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๕.๒  วิธีการสอน
                  การสอนโดยใช้ Power point ประกอบการบรรยาย การทำรายงานโดยค้นคว้าข้อมูลจากหนังสือ เอกสาร และอินเตอร์เน็ต
๕.๓  วิธีการประเมิน
               ประเมินผลจากใบงาน การเสนอรายงานหน้าชั้นเรียนและรายงาน
หมวดที่  ๕  แผนการสอนและการประเมินผล
๑. แผนการสอน
สัปดาห์ที่
เนื้อหา
จำนวนชั่วโมง
กิจกรรมการเรียน
การสอน
ผู้สอน
๑
-อธิบาย มคอ.3
-บทที่  ๑  ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ จริยศาสตร์
-ทฤษฎีทางจริยศาสตร์
๓
-แนะแนววิธีการศึกษา
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ.กิจสดายุทต์ สังข์ทอง
๒
-จุดมุ่งหมายของจริยศาสตร์
-ขอบเตและคุณค่าของการศึกษา จริยศาสตร์

๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้/อภิปราย
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ.กิจสดายุทต์ สังข์ทอง



๓
-ประโยชน์ของการศึกษาจริยศาสตร์
-วิธีการศึกษาจริยศาสตร์
-จริยศาสตร์กับจริยธรรม
๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้/อภิปราย
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ.กิจสดายุทต์ สังข์ทอง
๔
บทที่ ๒ แนวความคิดหลักในการวิเคราะห์เหตุผลทางจริยศาสตร์
-หลักประกอบความดีโดยทั่วไป
-หลักเกณฑ์จริยศาสตร์ขั้นมูลฐาน,จริยศาสตร์ขั้นกลาง และจริยศาสตร์ขั้นสูง
-เหตุผลทางจริยศาสตร์กับชีววิทยา
-เหตุผลทางจริยศาสตร์กับจิตวิทยา
๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ.กิจสดายุทต์ สังข์ทอง
๕
-เหตุผลทางจริยศาสตร์กับสังคมวิทยา
-เหตุผลทางจริยศาสตร์กับรัฐศาสตร์
-เหตุผลทางจริยศาสตร์กับอภิปรัชญา
-เหตุผลทางจริยศาสตร์กับศาสนาหรือเทววิทยา
๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้/
อภิปราย

ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ.กิจสดายุทต์  สังข์ทอง
๖
บทที่ ๓  การแก้ปัญหาทางจริยธรรมในระดับบุคคล ชุมชน และสังคม
-จริยธรรมเพื่อการแก้ปัญหาสังคมและส่งเสริมการพัฒนาชีวิต
-จริยธรรมเพื่อการแก้ปัญหาและการพัฒนาสังคม -จริยธรรมเพื่อการแก้ปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาครอบครัว
๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต

ดร. นิเวศน์ วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์ สังข์ทอง
๗
-จริยธรรมเพื่อการแก้ปัญหาและส่งเสริมการปกครอง –จริยธรรมเพื่อการแก้ปัญหาและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ -จริยธรรมตามบทบาทหน้าที่ความรู้สึกทางศีลธรรม -การแก้ปัญหาและการตัดสินปัญหาทางศีลธรรม
๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต

ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์ สังข์ทอง





๘

                   สอบกลางภาค    (บทที่ ๑- ๓)    วันที่   ๔-๘   ต.ค.  ๒๕๕๙
๙







บทที่ ๔  การแทรกและนำหลักจริยธรรมไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
-ทฤษฎีว่ามาตรฐานตามหลักจริยธรรม
-จริยธรรมและมาตรฐานตามความเจริญของสังคม
-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของพ่อแม่
-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของบุตรฯ

๓






-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต



ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์  สังข์ทอง
๑๐





-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของอุบาสกอุบาสิกา
-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของครูอาจารย์
-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของนักศึกษา

๓





-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต


ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์  สังข์ทอง
๑๑
-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของประชาชน
-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของนายจ้าง-ลูกจ้าง
-จริยธรรมกับบทบาทหน้าที่ของการครองชีวิต


๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์  สังข์ทอง
สัปดาห์ที่
เนื้อหา
จำนวนชั่วโมง
กิจกรรมการเรียนการสอน
ผู้สอน
๑๒
บทที่ ๕ การมีคุณธรรมต่าง ๆ ตามหลักจริยศาสตร์
-คุณธรรม ความรู้ และนิสัยตามหลักจริยศาสตร์
-คุณธรรมของคนกับคุณค่าของความเป็นคน
-คุณธรรมของคนกับสังคมรอบข้าง
๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์  สังข์ทอง
๑๓





-คุณธรรมของคนกับการเลือกดำเนินชีวิต
-คุณธรรมของคนกับการเป็นสมาชิกที่ดีในสังคม
-คุณธรรมของคนกับวิธีการเลือกทางสงบสุข
๓





-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต

ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์  สังข์ทอง




๑๔

บทที่ ๖ ความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคม
-สิทธิและหน้าที่
-การจำแนกหน้าที่
-หน้าทางศีลธรรมของมนุษย์
-หน้าที่กับคุณธรรม
๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์  สังข์ทอง
๑๕
-หน้าที่ความรับผิดชอบต่อสังคมที่สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์
-ความรับผิดชอบและความขัดแย้งกับหน้าที่
-คุณธรรมกับความสุข

๓
-บรรยาย
-แลกเปลี่ยนเรียนรู้
-อภิปราย/สาธิต
ดร. นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ
อ. กิจสดายุทต์  สังข์ทอง
๑๖
    สอบปลายภาค (บทที่ ๔- ๖)    วันที่  ๒๘ พ.ย. – ๓  ธ.ค.  ๒๕๕๙

* จำนวนชั่วโมงต้องสอดคล้องกับจำนวนหน่วยกิต

๒.  แผนการประเมินผลการเรียนรู้
กิจกรรมที่
ผลการเรียนรู้*
กิจกรรมการประเมิน
กำหนดการประเมิน (สัปดาห์ที่)
สัดส่วนของการประเมินผล
๑
ความรู้และทักษะการ
นำเสนอรายงาน
๗/๑๕
๒๐

วิเคราะห์ ภาษาการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ



๒
ความรู้
การสอบกลางภาค    
๘
๓๐
๓
ความรู้
การสอบปลายภาค
๑๖
๓๐
๔
ความรับผิดชอบ
การเข้าชั้นเรียน
ทุกสัปดาห์
๑๐
๕
ทักษะความสัมพันธ์ระหว่าง
การสังเกต/การทำรายงานกลุ่ม
ทุกสัปดาห์
๑๐

บุคคลและความรับผิดชอบ



* ระบุผลการเรียนรู้หัวข้อย่อยตามที่ปรากฏในแผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบของรายวิชาของรายละเอียดของหลักสูตร (แบบ มคอ. ๒)
หมวดที่  ๖  ทรัพยากรประกอบการเรียน
๑.  ตำราและเอกสารหลัก
          ๑. ให้นักศึกษาไปค้นคว้าความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจริยศาสตร์ หรือหนังสือแนวพุทธธรรมเพิ่มเติมจากห้องสมุด และค้นคว้าหาจาก Website ต่าง ๆ ตามที่จะเห็นสมควร
                ๒. พระธรรมปิฎก (ป.อ. ประยุตฺโต) .ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร โรงพิมพ์
สหธรรมิก จำกัด ๒๕๔๗
          ๓.  นิเวศน์   วงศ์สุวรรณ .จริยศาสตร์. ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ, กรุงเทพมหานคร. ๒๕๕๐
                ๔.  นิเวศน์  วงศ์สุวรรณ .รายงานการวิจัย เรื่อง  การศึกษากิจกรรมที่พัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาสังกัดสถาบันการศึกษาเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร.วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม  ประจำปีการศึกษา  ๒๕๕๓
              ๕. http//:ethics-stc.blogspot.com
                ๖.  E-learning วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม กทม.


หมวดที่ ๗  การประเมินและปรับปรุงการดำเนินการของรายวิชา

๑.  กลยุทธ์การประเมินประสิทธิผลของรายวิชาโดยนิสิต
                ๑.๑  ประเมินผลการสอนโดยใช้ระบบออนไลน์
               ๑.๒  สอบถามความคิดเห็นจากนิสิตในสัปดาห์สุดท้าย
๑.๓  ให้นิสิตเขียนแสดงความคิดเห็นการสอนในสัปดาห์สุดท้าย
๒.  กลยุทธ์การประเมินการสอน
จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากคณาจารย์ผู้สอนปลายภาค
๓.  การปรับปรุงการสอน
              ๓.๑   นำผลการประเมินมาใช้ในการปรับปรุงการสอน
๓.๒   ค้นคว้าข้อมูลความรู้ใหม่ๆนำมาใช้ในการสอน
๓.๓   กลุ่มคณาจารย์จัดอภิปราย/สัมมนาเพื่อพัฒนารายวิชาให้มีสาระวิชาและการสอนให้เหมาะสม
          และน่าสนใจ
๔. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์รายวิชาของนิสิต
              ๔.๑  ให้นิสิตได้มีโอกาสตรวจสอบคะแนนและเกรดก่อนส่งเกรดให้สำนักทะเบียนและประมวลผล
๔.๒  ก่อนการสอบกลางภาคและปลายภาค จัดประชุมคณาจารย์เพื่อออกข้อสอบร่วมกับการพัฒนาข้อสอบเพื่อให้ได้มาตรฐาน
๕.  การดำเนินการทบทวนและการวางแผนปรับปรุงประสิทธิผลของรายวิชา

นำผลที่ได้จากการสอบถามความคิดเห็น คะแนนสอบของนิสิต การประชุมสัมมนา นำมาสรุปผลและพัฒนารายวิชาก่อนการสอนในภาคการศึกษาหน้า

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

กรณีศึกษา:จับหนุ่มเขมรนำเด็กมาบังคับเป็นขอทานเช้ายันค่ำ

จับหนุ่มเขมรนำเด็กมาบังคับเป็นขอทานเช้ายันค่ำ
          "ปคม." จับกุมหนุ่มเขมร ผู้ต้องหาค้ามนุษย์นำ เด็กชาย 2 รายชาติเดียวกัน มาบังคับขอทานหน้าห้างดังตั้งแต่เช้ายันค่ำ ตะลึงหลักฐานโอนเงินกลับเขมรกว่า 1.5 แสน แต่ผู้ต้องหายังปฏิเสธ
วันนี้ (26 ม.ค.) พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) แถลงข่าวจับกุมนายสก จัน อายุ 24 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาค้ามนุษย์นำเด็กมาขอทาน พร้อมของกลางกล่องรับบริจาค 3 กล่อง สมุดบัญชี หลักฐานการนำเงินฝากธนาคาร โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และเงินจำนวน  4,100 บาท หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. สืบทราบว่า ได้มีการนำเด็กใส่ชุดนักเรียนมาขอทานที่บริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านบางกะปิ และงามวงศ์วาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติกรรมเด็กขอทานซึ่งอาจตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบทราบโดยละเอียดและติดตามพฤติกรรมเด็กจนแน่ชัดแล้วว่าเด็กชายขอทาน 2 คน มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ได้ถูกบังคับมาขอทาน เมื่อขอทานเสร็จจะนำเงินไปให้กับผู้ต้องหา ที่ห้องพักซอยลาดพร้าว 47 เขตวังทองหลาง กทม. จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหา โดยพบผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชาวกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ได้ถูกส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สน.โชคชัย ในความผิดฐานเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย
           จากการสอบถามเด็กชายชาวกัมพูชาทั้งสองคนให้การสอดคล้องกันว่า ผู้ต้องหาเป็นคนไปนำตัวมาจากประเทศกัมพูชา เพื่อให้มาขอทาน โดยต้องขอทานให้ได้อย่างต่ำวันละ 200 บาท ตั้งแต่เวลา 07.00 น.-21.00 น. หากวันไหนขอทานทานไม่ได้ตามจำนวนก็จะถูกจดบัญชีหนี้สินไว้  ด้าน นายสก จัน ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่าเด็กทั้งสองคนมีญาติมาฝากไว้ และตนไม่รู้ว่าเด็กไปขอทาน และตนได้พักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมา 2-3 เดือนแล้ว ซึ่งประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง
       พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีพยานหลักฐานแน่ชัด ว่าผู้ต้องหาทำความผิดจริง และยังพบหลักฐานการโอนเงินที่ได้จากการขอทานกลับไปยังประเทศกัมพูชากว่า 1.5 แสนบาท พร้อมแจ้งข้อหาค้ามนุษย์โดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มีบทลงโทษจำคุก 8 เดือนถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่นบาท ถึง 3 แสนบาท และฝากเตือนไปยังประชาชนชาวไทยว่าขบวนการเหล่านี้จะใช้นิสัยเอื้อ เฟื้อของคนไทยในการหาเงินซึ่งหากให้เงินไปจะเป็นการสนับสนุนขบวนการค้า มนุษย์โดยใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์

วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558

ดัชนี'ทาสยุคใหม่'ทั่วโลกพุ่ง20% ไทย4.7แสนคน

ดัชนี'ทาสยุคใหม่'ทั่วโลกพุ่ง20% ไทย4.7แสนคน
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

(รายงาน) ดัชนี"ทาสยุคใหม่"ทั่วโลกพุ่ง20% ไทย 4.7แสนคน-อันดับ 6 เอเชีย
      เมื่อพูดถึง "ทาส" ในประเทศไทย หลายคนคงทราบดีว่า ได้มีการประกาศเลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งนับถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 109 ปี ขณะที่ในระดับสากลได้มีการประกาศเลิกทาสมาแล้วร่วมๆ 200 ปี
แต่ทุกวันนี้หากถามใครต่อใครว่ายังมีคนเป็นทาสหลงเหลืออยู่หรือไม่ เชื่อว่าหลายคนคงตอบว่า มี แต่ก็คงไม่มาก ส่วนรูปแบบจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและสภาพของแต่ละสังคมมากน้อยเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับขอบเขตหรือนิยามที่ใครจะกำหนดขึ้น
        มูลนิธิ วอร์ค ฟรี ฟาวเดชั่น (Walk Free Foundation) องค์กรด้านสิทธิมนุษย์สากล นิยาม "ทาสสมัยใหม่" คือ การค้ามนุษย์ แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ การสมรสโดยบังคับหรือเพื่อรับใช้ หรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์และเมื่อเร็วๆ นี้ทางมูลนิธิดังกล่าวได้เผยแพร่รายงาน ดัชนีการค้าทาสสากล (จีเอสไอ) ประจำปี 2557 โดยสำรวจจาก 167 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า ทุกวันนี้ทั่วโลกมีประชากรชาย หญิง และเด็ก 35.8 ล้านคนยังถูกกดขี่เยี่ยงทาสอยู่ หากเปรียบเทียบกับการประเมินก่อนหน้านี้พบว่า ทาสยุคใหม่เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์
โดยในจำนวนนี้ 2 ใน 3 หรือประมาณ 23.5 ล้านคน อยู่ในทวีปเอเชีย มีประเทศอินเดีย และปากีสถานที่อัตราผู้ถูกกดขี่เยี่ยงทาสอยู่ในอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับหากมองเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ประเทศกัมพูชา เป็นประเทศที่มีอัตราผู้ถูกกดขี่เยี่ยงทาสสูงสุด ตามมาด้วย มองโกเลีย (0.907%) ประเทศไทย (0.709%) และบรูไน (0.709%)
ขณะที่ ประเทศจีนและญี่ปุ่น อยู่ในอันดับที่ 19 และ 20 ของทวีปเอเชีย ส่วนประเทศหรือเขตปกครองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่มีอัตราของการเป็นทาสต่ำสุดในทวีปเอเชีย คือ ฮ่องกง (0.187%) สิงคโปร์ (0.1%) และไต้หวัน (0.013%) โดยอยู่ในอันดับ 23 อันดับ 24 และอันดับ 25 ตามลำดับ และมีเพียงสองประเทศในทวีปเอเชียเท่านั้นที่มีสถิติที่ดีกว่าประเทศเหล่านี้ ได้แก่ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ โดยอยู่ที่อันดับ 26 และ 27 ตามลำดับ
         หากมองในแง่จำนวนสัมบูรณ์ ประเทศจีนมีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในสภาพเยี่ยงทาสสมัยใหม่มากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออก โดยมีจำนวนทั้งสิ้น 3,241,400 คน รองลงมาคือ ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 714,100 คน ประเทศไทย จำนวน 475,300 คน และประเทศเวียดนาม จำนวน 322,200 คน
ภาพรวมของทวีปเอเชียทั้งทวีป บุคคลหรือบางครั้งครอบครัวทั้งครอบครัวถูกกดขี่เยี่ยงทาส เนื่องจากการขัดหนี้ และแรงงานตามพันธสัญญาในภาคก่อสร้าง เกษตรกรรม การทำอิฐ โรงงานเสื้อผ้า และการผลิต ซึ่งถือเป็นแรงงานฝีมือต่ำในขั้นตอนการผลิตของระบบห่วงโซ่อุปทานในการผลิตทั่วโลก คนเหล่านี้จำนวนมากยังมีความเสี่ยงสูงต่อการกลายเป็นแรงงานบังคับเนื่องจากการอพยพย้ายถิ่นไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง
รายงานชิ้นนี้ ระบุด้วยว่า บางประเทศที่ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากนี้ได้เริ่มลงมือดำเนินขั้นตอนที่สำคัญเพื่อจัดการกับปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับค่าประเมินการตอบโต้ของรัฐบาลต่อปัญหานี้ในอัตราที่เท่าเทียมกับค่าประเมินของประเทศนิวซีแลนด์และไต้หวัน จากทั้งหมด 25 ประเทศที่มีการจัดอันดับในทวีปเอเชีย 24 ประเทศได้ออกกฎหมายที่ระบุว่าบางรูปแบบของการเป็นทาสสมัยใหม่ถือเป็นความผิดทางอาญา
ด้านประเทศอินเดียได้มีการปฏิรูปกฎหมายอย่างจริงจังเพื่อสนับสนุนการจัดให้การเป็นทาสสมัยใหม่ถือเป็นความผิดทางอาญา ส่วนมองโกเลียและเวียดนามลงมติรับรองกฎหมายที่สมบูรณ์ในตัวเองว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ในปี 2555 แต่ประเทศเกาหลีเหนือเป็นประเทศเดียวในทวีปเอเชียและในโลกที่ไม่ได้ระบุอย่างชัดแจ้งว่าการเป็นทาสสมัยใหม่ถือเป็นความผิดทางอาญา
          นายแอนดรู ฟอร์เรส (Andrew Forrest) ประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ บอกว่า มีการตั้งสมมติฐานกันว่า การเป็นทาสนั้นเป็นปัญหาในยุคก่อน หรือเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศที่ต้องเผชิญกับภัยสงครามหรือความยากจนเท่านั้น แต่ผลการสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า การเป็นทาสสมัยใหม่เกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ
"การเป็นทาสสมัยใหม่มีอยู่จริงและก่อให้เกิดความลำเค็ญอย่างรุนแรงต่อเพื่อนร่วมโลกของเรา ก้าวแรกในการขจัดการเป็นทาสให้หมดสิ้นไปคือการวัดอัตราการเป็นทาส และเมื่อเรามีข้อมูลที่สำคัญนี้แล้ว เราทุกคนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ธุรกิจ หรือภาคประชาสังคมจะต้องร่วมมือกันยุติรูปแบบการแสวงประโยชน์ที่ร้ายแรงที่สุดนี้ให้หมดสิ้นไป"
ด้าน นายโม อิบราฮิม (Mo Ibrahim) ผู้ก่อตั้งดัชนีโม อิบราฮิม (Mo Ibrahim Index) และมูลนิธิ โม อิบราฮิม ฟาวเดชั่น (Mo Ibrahim Foundation) เสริมว่า การเป็นทาสสมัยใหม่ถือเป็นอาชญากรรมด้านมืดและขึ้นชื่อว่าคำนวณเป็นตัวเลขได้ยาก แต่มูลนิธิ วอร์ค ฟรี ฟาวเดชั่น กำลังชูประเด็นอาชญากรรมที่เลวร้ายนี้เป็นที่ประจักษ์ด้วยวิธีค้นคว้าวิจัย และวิธีการสำรวจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทุกปี
        สิ่งที่ได้เห็นในดัชนีการค้าทาสสากลประจำปี 2557 ฉบับนี้อีกประการ คือ การรวมการดำเนินการของรัฐที่เกี่ยวกับการเป็นทาสสมัยใหม่เข้ามาในการสำรวจ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ดัชนีจีเอสไอเสนอบทวิเคราะห์เรื่องการตอบโต้ของรัฐบนพื้นฐานของเป้าหมาย 5 ประการ ได้แก่
       1.การระบุตัวตนและการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่รอดชีวิต 2.กลไกกระบวนการยุติธรรมทางอาญาที่เหมาะสม 3.การให้ความร่วมมือและสำนึกรับผิดชอบภายในรัฐบาลกลาง 4.ระบุแจ้งการกระทำ ระบบสังคม และสถาบันใดๆ ที่ส่งเสริมการเป็นทาสสมัยใหม่ และ 5.การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและภาคธุรกิจ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายที่ทุกประเทศควรมุ่งบรรลุให้สัมฤทธิผลเพื่อขจัดการเป็นทาสสมัยใหม่ให้หมดสิ้นไป